Side by Side Colt Defender vs Glock 36
มือใหม่หัดเทียบปืน
(กรุณาดูรูปประกอบจากอัลบั้มรูปColt Defender VS Glock 36)
บทนำ
จาก ที่มีโอกาสได้สัมผัสกับ อาวุธปืนสั้น ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัว น่ากังวล ในการเอ่ยถึง หรืออาจรู้สึกไม่มั่นใจเวลามีใครก็ตามที่ถือปืนอยู่ใกล้ๆ(ก็แน่ละครับ ใครจะชอบให้คนถือปืนอยู่ใกล้เราในยามปกติ) แต่ มองในอีกทางหนึ่ง ปืนก็เป็นสิ่งที่ใช้ในการป้องกันชีวิต และทรัพย์สินได้ด้วย ซึ่งในทางกฏหมายแล้ว ก็อนุญาตให้บุคคลมีอาวุธปืนไว้ใช้ในสำหรับป้องกันทรัพย์สิน หรืออาจจะให้ใช้ในเชิงการกีฬา ซึ่งนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยก็ทำชื่อเสียงได้ในระดับโลกเช่นกัน
กลับ มาเข้าเรื่องที่อยากคุยในครั้งนี้ดีกว่าครับ สำหรับมือใหม่ในด้านของอาวุธปืนแบบผม หรือหลายท่านอาจเคยรู้สึกเหมือนผมว่า หากจะต้องมีปืน อยากได้ปืนที่มีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา พกง่ายๆ ไม่ค่อยเป็นที่สังเกต แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปืนยิ่งสั้นยิ่งกระทัดรัด ลำกล้องสั้น นอกจากจะมีแสงรีคอย (หรือที่เรียกกันว่า แรงถีบหรือแรงเตะของปืน)จะมากกว่าแล้ว เรื่องความแม่นยำของปืนก็ยังเป็นรอง ปืนที่มีขนาดลำกล้องยาวกว่า ทั้งนี้หมายถึงปัจจัยภายนอกอื่นๆเหมือนกันนะครับ
กระนั้นก็ตาม ปืนทรงกระทัดรัด ที่เรียกกันในขนาด Compact หรือ SubCompact ก็ยังมีผู้นิยมเพราะน้ำหนัก และขนาดเหมาะแก่การพกพาเป็นอย่างยิ่ง ในครั้งนี้ผมขออนุญาตแนะนำ ปืน 2 รุ่นจาก 2 ยี่ห้อ ที่ได้รับความนิยมพอสมควร โดยรุ่นแรกที่จะมาแนะนำคือ Colt Defender ซึ่งได้ชื่อชั้นเป็นหนึ่งในตำนานปืนทรง 1911 เพียงแต่เป็นตัวที่มีขนาดลำกล้องสั้นเพียง 3 นิ้ว ตัวโครงปืนลดน้ำหนักด้วยการใช้โลหะอัลลอยด์ ส่วนสไลด์ทำจากแสตนเลสด้านข้างปัดเงา ส่วนด้านบนขัดด้านช่วยลดแสงสะท้อนเมื่อเวลาเล็ง
ส่วน อีกรุ่นที่มาแนะนำคือปืนที่ออกแบบโดยนักออกแบบชาวออสเตรีย ซึ่งหลายท่านคงเคยได้ยินว่าปืนกล็อก เป็นปืนพลาสติก เหมือนปืนเด็กเล่น ไม่มีเซฟ โดยที่มาแนะนำในครั้งนี้คือ Glock 36 ลำกล้องยาว 3.78 นิ้ว เป็นตัว Slimline หรือเป็นตัวบางที่สุดของกล็อก ขนาดทั่วไปเล็กและสั้นกว่า Glock19 รุ่น พิมพ์นิยมอยู่เล็กน้อย แต่ได้เรื่องของความบาง โครงปืนเป็นโพลิเมอร์ทำให้น้ำหนักปืนเบามาก สไลด์เป็นเหล็กรมดำด้วยกรรมวิธีที่เรียกว่าการชุบเทนนิเฟอร์ซึ่งให้ความคงทน และความแข็ง ทนทานต่อสนิม ระบบปฏิบัติการของกล็อกจะไม่มีนกนอก ทำให้การพกพาไม่เกะกะหรือเกี่ยวเสื้อผ้าเวลาต้องชักปืนเร็วๆ เป็นข้อได้เปรียบในด้านกายภาพอย่างหนึ่ง
รูปลักษณ์ภายนอกทั่วไป
คน ทั่วไปหรือมือใหม่อย่างผม หากนำปืนสองกระบอกดังกล่าวมาวางคู่กัน มองแว๊ปแรก ยังไงเสียก็ต้องสะดุดตากับความขาวมันเงา สะท้อนความเป็นโลหะแข็งแกร่งของ Colt Defender รวมทั้งรูปทรงที่ดูอมตะในแบบ 1911 เพียง แต่มาในขนาดกระทัดรัด มีเหลี่ยมสันเหมือนบุรุษหนุ่นรูปงาม ดูสำอางค์ แต่มีมัดกล้ามให้เห็น สื่อถึงความเป็นตำนานได้อย่างดี และด้วยขนาดกระทัดรัด ทำให้เป็นปืนที่ดูสวยงามน่าจับน่าสัมผัสรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว ในขะณะที่เมือหันมอง Glock36 จะ ดูเคร่งขรึมด้วยโทนสีดำ รูปทรงดูแข็งๆแต่ใช้การลบเหลี่ยมให้ดูมนขึ้นตามขอบต่างๆ มองไปคล้ายบุรุษนิรนามที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าคลุมสีดำ ดูลึกลับ น่าค้นหา ราวๆแบทแมนนั่นเลยทีเดียวครับ เอาเป็นว่ารูปกายภายนอกนั้น แล้วแต่ชอบ แต่ถ้าเรื่องความสวยงามของวัสดุละก็ ผมแอบเทคะแนนให้กับ Colt Defender มากกว่าครับ
เมื่อได้ลองเทียบมิติต่างๆ ของปืนทั้งสองประบอก จะเห็นได้ว่า มองจากด้านบนสไลด์ของ Defender จะโค้งมน ดูเรียวบางกว่าของ G36 อยู่บ้างทั้งที่มิติจริงของความกว้างใกล้เคียงกัน แต่เมื่อมองความยาวของสไลด์ จะเห็นได้ชัดว่า G36 ยาวกว่าอยู่พอควรเลยทีเดียว ยิ่งดูจากระยะระหว่างศูนย์หน้าและศูนย์หลัง ก็จะยิ่งเห็นได้ชัดครับ
หันมามองด้านหลังของด้ามจับ G36 จะบางและแบนกว่า Defender ที่ใช้กริปยางหุ้ม 3 ด้าน แต่ G36 จะออกแนวแบนกว้าง ส่วน Defender จะออกป้อมๆมากกว่าในยามจับถือ สังเกตได้ว่าส่วนของปืนที่รองรับง่ามนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เวลากริปปืน ใน Defender ที่เป็นหลังอ่อนจะต่ำกว่าใน G36
เมื่อเทียบความสูงจากบนสไลด์วัดลงมาจนถึงส้นของด้านปืน Defender จะยาวกว่าเล็กน้อยครับ ในขณะที่หากเทียบจากปากลำกล้องไปถึงด้านท้ายปืน แม้สไดล์G36 จะยาวกว่า แต่เมื่อนับรวม หลังอ่อนของ Defender แล้ว มิติกลับใกล้เคียงกันครับ แต่เมื่อไรที่ชักสไลด์ค้างแล้วจะเห็นได้ว่า G36 ยางกว่ามากทีเดียวครับ
หันมองด้านหน้าของลำกล้อง แม้จะเป็นขนาด .45 ACP เหมือนกันทั้ง 2 รุ่น แต่ด้วยความที่ลำกล้อง G36 สีดำ และบางกว่า ทำให้ดูเหมือนกับว่า G36 ใช้ ขนาดกระสุนใหญ่กว่าเพราะรูลำกล้องดูใหญ่กว่าแบบหลอกตาครับ และด้วยความที่ลำกล้องบาง ดูน่ากลัวเรื่องความแข็งแรงของลำกล้องจากการใช้งานอยู่บ้างเหมือนกันครับ
ด้วยวัสดุที่ใช้แตกต่างกัน Defender คง ต้องดูแลมากกว่าหน่อยเพราะน่ากลัวจะเป็นรอยได้ง่ายกว่า เมื่อไปขูดขีดของแข็ง ส่วนโครงโพลิเมอร์น่าจะระวังในเรื่องของของมีคมที่อาจจะทำให้โครงปืนมีรอย บาดหรือบิ่นได้ง่ายกว่า ส่วนในเรื่องของขอบสไลด์ด้านล่างใน Defender ค่อนข้างคมมาก ดังนั้นเวลาใช้งานคงต้องระวังการบาดมือนะครับ
ในด้านของน้ำหนัก Defender หนัก 642 กรัม ส่วน G36 หนัก 570 กรัม ซึ่งเมื่อลองจับถือดูก็รู้สึกได้ว่า G36 เบากว่าพอควรทีเดียว และยิ่งเมื่อบรรจุลูกเต็มแม็ก Defender ก็ยิ่งหนักกว่าเพราะจุมากกว่า 1 นัดนั่นเองครับ ในด้านของความหนักนี่เองที่จะมีผลเมื่อเราต้องพกพาทั้งวันจะเห็นความต่างได้พอควรทีเดียว
ตามสเปคเดิมจากโรงงาน Defender จะให้แม็ก 7 นัดและสามารถใช้แม็กแถวเดี่ยวแบบ8 และ 10 นัดมาเพิ่มได้ ส่วน G36 จะให้มาแบบ 6 นัด ใช้ร่วมกับรุ่นอื่นไม่ได้ด้วย ซึ่งนับว่าเสียเปรียบอยู่บ้าง อย่างไรก็ดีด้วยขนาดลูก .45 ก็นับว่าเพียงพอสำหรับการใช้ป้องกันตัวไม่ได้เน้นยิงต่อสู้เอาเป็นเอาตามไปข้างหนึ่ง คือประมาณ ยิงไป วิ่ง(หนี หรือหลบ)ไป ไม่เผชิญหน้าโดยไม่จำเป็นครับ ไม่งั้น ต้องหันไปคบประเภทปืนขนาดมาตรฐานลำกล้อง5 นิ้วจะเหมาะกว่าครับ
การจับถือ ใช้งาน
เมื่อ เทียบในด้านของการจับถือ ด้วยความที่ผมเป็นคนมือไม่ใหญ่ ออกจะค่อนข้างเล็ก ดังนั้น ทั้งคู่เป็นปืนในขนาดกระทัดรัด จึงทำให้จับถนัดทั้งคู่ ในเรื่องความบางด้ามจับ G36 ได้ เปรียบเล็กน้อย และมีร่องนิ้วโป้งสำหรับวางให้ด้วยทำให้นิ้วโป้งวางได้ถนัด โดยมีลายกันลื่นบริเวณด้านจับด้านหน้าและหลัง แต่ด้านหน้าของด้าม G36 จะมีลายให้ร่องนิ้วเพียง 2 ร่อง ส่วนนิ้วก้อยจะต้องเกาะต่ำลงไปตรงบริเวณฐานแม็กญึ่งเป็นผิวเรียบอาจทำให้ขาด ความกระชับไปบ้าง ซึ่งอาจชดเชยได้ด้วยการหาส้นแม็กแบบมีร่องกันลื่นน่าจะทำให้การจับกระชับ ขึ้นได้อีกครับ
ใน Defender กริปจะเป็นยาง3 ด้าน คือมีร่องนิ้วด้านหน้าของด้ามให้ด้วย ดังนั้นการวางนิ้วค่อนข้างลงตัวกว่า G36 อีก ทั้งความนิ่มและหนึบของยาง ช่วยให้การกริปปืนดูหนักแน่นและมั่นคงกว่าอีกทั้งยังช่วยซับแรงกระแทกในการ ยิงได้ด้วย เพียงแต่การวางนิ้วก้อยก็ยังวางได้ไม่เต็มที่นัก เช่นกันคงต้องหาส้นแม็กมาช่วยน่าจะทำให้จับได้ถนัดยิ่งขึ้น
เปรียบเทียบการจับถือแล้วผมชอบกริปของ Defender ซึ่งจะป้อมๆมากกว่า G36 ที่ จะออกแบนกว้างกว่าเล็กน้อย และข้อดีคือ หากต้องการเปลี่ยนประกับด้าน สามารถหาแบบลายสวยๆมาใส่แทนให้ดูเท่ หรือทันสมัยขึ้นได้อีกครับ
ในด้านของการปลดสไลด์ Defender จะมีคันปลดสไลด์ที่ไกลจากนิ้วโป้งมือขวาอยู่พอควร ซึ่งก็เป็นมาตรฐานของ 1911 Model ในขณะที่ G36 สไลด์ จะปลดได้โดยไม่ต้องเอื้อมนิ้ว เพียงแต่ตัวปลดล็อกสไลด์จะแบนบาง ทำให้จับไม่ค่อยถนัด จะดีมากถ้าเปลี่ยนเป็นแบบสไลด์เหลี่ยมเพชรครับ(แต่อาจทำให้เสียความเรียบลื่นในการพกเนียบไปเล็กน้อย)
สำหรับน้ำหนักไกมาตรฐานทั้งคู่จากโรงงานเป็น 5.5 ปอนด์ เพียงแต่ด้วยความเป็นSingle ของ Defender ทำให้ไกดูมีจังหวะลากลั่นที่คมกว่า G36 ที่จะเป็นแบบลากยาว เดิมๆด้วยกัน จะรู้สึกได้ว่า G36 จะดูว่าไกเหมือนจะหนักกว่าอยู่บ้างครับ
มือใหม่ลองยิง
คราว นี้ถึงเวลาที่จะมาลองทดสอบยิงกันบ้างนะครับ ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมเองไม่ได้เก่งหรือมีฝีมือ หรือเชี่ยวชาญในเรื่องปืนอะไรเลยครับ เพิ่งเริ่มศึกษาได้ไม่นาน และเพิ่งมาหัดยิงปืนลูกโม่เมื่อราว 6 เดือนก่อนจากการไปเข้าอบรม ครั้งเดียวโดยไม่มีปืนเป็นของตนเอง และเพิ่งมาหัดยิงปืนกึ่งออโตเมติกได้สัก 4-5 ครั้ง ดังนั้น ความคลาดเคลื่อน ความไม่คงที่ ความแม่นของปืน คงไม่สามารถนำมาอ้างอิงใดๆได้ เพราะจะเสียชื่อปืนเขาเสียเปล่าๆครับ เอาเป็นว่า ผมเขียนให้อ่านเพลินๆแล้วกันนะครับ
ผมยิงโดยใช้กระสุนซ้อม หัวตัด มีบ่า ซึ่งเป็นลูกกระสุนที่มักจะมีปัญหากับปืนหลายๆรุ่น(ตามที่อ่านๆมา) โดยเฉพาะในกล็อก 30 และ 36 ที่มักไม่ค่อยถูกกับลูกในลักษณะนี้
การยิง ผมจะยิงที่ 15 เมตรก่อน โดยยิงชุดละ 10 นัด โดยใช้ 2 มือ จำนวน 2 ชุด ใช้ชุดแรกเป็นการจับศูนย์ว่าเอียงซ้ายขวา บนล่างอย่างไร และใช้ชุดที่ 2 มาลงรูปให้ดูครับ โดยเริ่มจาก Defender ก่อน และต่อด้วย G36
ต่อมาลองเปลี่ยนมาที่ระยะ 10 เมตร เช่นกัน ชุดละ10 นัด โดยใช้ 2 มือ จำนวน 2 ชุด ใช้ชุดแรกจับศูนย์ และใช้ชุดสองเล็งแก้เอียง และก็เริ่มจาก Defender ก่อน และต่อด้วย G36 เช่นเดิม
ในการยิง 15 เมตร กลุ่มค่อนข้างกระจัดกระจาย(ตามฝีมือ) แต่เท่าที่สังเกตได้ รู้สึกว่า Defender กลุ่มจะดีกว่า G36 อยู่นิดๆครับ
ในการยิงที่ระยะ 10 เมตร กลุ่มดีขึ้น และครั้งนี้ ดูว่า กลุ่มใกล้เคียงกันทั้งสองรุ่น แต่ Defender ผมออกจะมือสั่นหลุดไป 1 นัด
ทั้งนี้ความได้เปรียบเสียเปรียบส่วนหนึ่งมาจากการที่ผมไปเปลี่ยนดิสคอนเน็คเตอร์ G36 ลดน้ำหนักไกเหลือ 3.5 ปอนด์และสปริง Wolf ทำให้ไกนุ่มขึ้นอีกพอควรครับ
ข้อสังเกตจากการยิงประมาณกระบอกละ 40 นัด G36 จะติดขัดจากการที่ปลอกกระสุนถอยมาขัดกับนัดใหม่ที่กำลังจะเข้ารังเพลิงอยู่ 2 ครั้ง ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ โดยการใส่สูกจะใส่แม็กครั้งละ 3-4 นัด เมื่อเทียบกับหลายๆท่านที่ต้องหยอดทีละนัด แต่หลายครั้งที่ปลอกถูกดีดมาโดนหัว หรือหน้าผาก ซึ่งก็ควรสวมหมวกและแว่นตาในการยิงด้วยครับ
ส่วนใน Defender ยิงประมาณ 40 นัด เช่นกัน ในระหว่างการยิงไม่มีติดขัด เพียงแต่ในการใส่แม็กและปลดล็อกสไลด์ครั้งแรก หากเบามือไป จะทำให้หัวกระสุนไปชนแร้มทำให้ป้อนไม่เข้า แต่หากปลดสไลด์ตามปกติ สามารถป้อนเข้าได้อย่างไม่มีปัญหาครับ และแนวการดีดของปลอกกระสุนก็จะออกข้าง ซึ่งดีกว่า G36 เพราะไม่โดนตัวคนยิงครับ
ในเรื่องของแรงรีคอย รู้สึกได้ว่า Defender เตะน้อยกว่า G36 อย่างรู้สึกได้ แม้ว่าลำกล้อง Defender จะสั้นกว่าเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าส่วนหนึ่งอาจมาจากกริปที่เป็นยางครับ
จากศูนย์เดิมๆ และตาผม Defender ต้องเล็งเผื่อสูงไว้เล็กน้อย ส่วน G36 จะต้องเล็งต่ำไว้เล็กน้อย แต่ไม่เบี่ยงซ้ายขวาครับ
สรุปจากมือใหม่
หากผมต้องพกปืนออกไปสมบุกสมบัน หรือพกทั่วไป ผมจะเลือก G36 ที่แบนบางและเบาแถมยังไม่ต้องระวังเรื่องรอยขีดข่วนมากนักดูลุยๆ ส่วน Defender ผมจะเอาไว้ไปยิงในสนาม และคงต้องระวังเรื่องริ้วรอยเพราะเสียดายผิวสไลด์ปืนที่อาจเป็นรอยได้ง่ายกว่าครับ
ส่วน ความแม่นยำผมว่าแม่นทั้งคู่ไม่ต่างกันมากหากอยู่ในมือของผู้ที่มีความชำนาญ สุดท้าย ด้วยราคาที่ต่างกันเกือบครึ่งของราคาสวัสดิการ ผมเลือกมาทั้งคู่เพราะตัดใจไม่ลงสักกระบอกครับ ขอสองเลยแล้วกัน
ขอสงวนลิขสิทธิ์ บทความและรูปภาพ หากต้องการนำไปเผยแพร่โปรดติดต่อ mchawz@gmail.com